จับใหม่ได้แบบนี้! “คล็อปป์” เปิดใจ ลิเวอร์พูล ต้องเจอ อินเตอร์ฯ ศึก ยูฟ่า ชปล.

จับใหม่ได้แบบนี้! “คล็อปป์” เปิดใจ ลิเวอร์พูล ต้องเจอ อินเตอร์ฯ ศึก ยูฟ่า ชปล.

เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์เปิดใจหลังทราบผลการจับคู่ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ “ทัพหงส์แดง” ต้องเจอกับ อินเตอร์ มิลาน ยักษ์ใหญ่จาก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

“ซาน ซิโร่ คือสนามแข่งที่เปี่ยมเสน่ห์มนต์ขลังและยิ่งใหญ่มาตั้งแต่สมัยอดีต ผมไม่เคยบุกเยือนเลยแม้แต่ครั้งเดียวจนกระทั่งอายุ 54 ปี ฤดูกาลนี้ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตกับการพาทีมฟุตบอลไปแข่งขันที่ มิลาน แต่น่าทึ่งกว่านั้นคือกำลังจะได้ไปถึง 2 ครั้งใน 3 เดือน นี่มันข่าวดีชัด ๆ !” คล็อปป์ กล่าวกับ LiverpoolFC.com

“ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันเป็นเกมที่ยากสุด ๆ เพราะ อินเตอร์ มิลาน คือจ่าฝูงของศึกกัลโช่ เซเรีย อา พวกเขามีผู้จัดการทีมที่เก่ง มาพร้อมขุมกำลังแข็งแกร่งทุกตำแหน่งโดยเฉพาะแนวรุกซึ่งถือว่าอันตรายมาก ฉะนั้นมารอลุ้นกันดีกว่าว่า ลิเวอร์พูล จะรับมือได้ยังไงในเดือนกุมภาพันธ์”

“พวกเรารู้จักความเก่งกาจของ อเล็กซิส ซานเชซ และ เอดิน เซโก้ เป็นอย่างดีเพราะทั้งคู่เคยค้าแข้งในลีกอังกฤษมาก่อน ขณะที่ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ คือหนึ่งในกองหน้าที่มีฟอร์มร้อนแรงสุดในโลก ณ เวลานี้เช่นกัน”

“นี่อาจเป็นปีแรกของ ซิโมเน อินซากี้ กับ อินเตอร์ฯ แต่ห้ามลืมเด็ดขาดว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาคือแชมป์ลีกที่แกร่งจนคู่แข่งทีมอื่น ๆ เทียบไม่ติด ผมจึงอยากเตือนลูกทีมว่าเกมนี้จะโหดกว่ารอบแบ่งกลุ่มหลายเท่า”

“อย่างไรก็ตาม โอกาสผ่านเข้ารอบยังคงเปิดกว้างสำหรับทุกทีมอยู่แล้ว จงลุยให้เต็มที่ นี่คือเวทียูฟา แชมเปียนส์ลีก ที่นักฟุตบอลทั่วโลกใฝ่ฝันอยากประสบความสำเร็จ และเราจะไม่มีวันยอมแพ้ง่าย ๆ แน่นอน”

ต้องจัดอีก 2 ตำแหน่ง! “คาราเกอร์” แนะ ลิเวอร์พูล ซื้อเพิ่มสร้างทีมสำหรับอนาคต

ต้องจัดอีก 2 ตำแหน่ง! “คาราเกอร์” แนะ ลิเวอร์พูล ซื้อเพิ่มสร้างทีมสำหรับอนาคต

เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ออกโรงให้คำแนะนำแก่ทีมรักว่าหลังจบฤดูกาลนี้ จำเป็นต้องซื้อนักเตะระดับท็อปที่อายุน้อยๆ เข้ามาเพิ่มอีก 2 ตำแหน่งเพื่อสร้างขุมกำลังไว้ครองความยิ่งใหญ่ต่อเนื่องในอนาคต

“ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ลิเวอร์พูล จะต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจที่ยากและมีความสำคัญสุดๆ ต่ออนาคตสโมสร เพราะนักเตะหลักหลายๆ คนอายุเริ่มเยอะขึ้นแล้ว แต่เรายังไม่มีดาวรุ่งที่จะก้าวขึ้นมาทดแทนได้มากพอ” คาร์ร่า กล่าวกับ Sky Sports

“ทีมที่สามารถยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดได้ต่อเนื่องยาวนานต้องมีส่วนผสมของนักเตะเก่งๆ หลายช่วงอายุ เพราะหากปล่อยให้ตัวหลักเข้าสู่ช่วงโรยราไล่ๆ กันหมดโดยไม่มีการเตรียมตัวล่วงหน้า นั่นคือปัญหาใหญ่แน่นอน”

“อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ ได้ซื้อ โชต้า กับ โคนาเต้ เข้ามาวางรากฐานไว้ก่อนแล้ว ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ถึงกระนั้นในตำแหน่งของ 3 ประสานแดนหน้านั้นก็ยังจำเป็นต้องหาเพิ่มอยู่ดี”

“ซาลาห์, มาเน่, ฟีร์มิโน่ เป็นสามกองหน้าที่มีอายุไล่เลี่ยกัน และพวกเขาก็จะแตะหลัก 30 ในเร็วๆ นี้ แต่ด้วยความที่ทั้งหมดยังอยู่ในช่วงฟอร์มดี คล็อปป์ ไม่มีความจำเป็นต้องหาใครมาแทนทันที แต่หลังจบฤดูกาลนั่นแหละคือช่วงที่เขาต้องกล้าตัดสินใจ ซึ่งทั้งตำแหน่งในแดนหน้า และตำแหน่งกองกลางเองก็กำลังตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน”

มีเรื่องแบบนี้ด้วย! สื่อเผย “คล็อปป์” จ้องคว้าแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ร่วมทีม

มีเรื่องแบบนี้ด้วย! สื่อเผย “คล็อปป์” จ้องคว้าแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ร่วมทีม

เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ต้องการเซ็นสัญญากับ เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่แข่งสำคัญในศึก พรีเมียร์ลีก เมื่อช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก ลิเวอร์พูลเอ็คโค่

ดาวยิงวัย 34 ปีย้ายจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มายังถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อปี 2020 แบบไม่มีค่าตัว และเจ้าตัวก็โชว์ฟอร์มได้ดีจนกลายเป็นกองหน้าตัวหลักของ ยูไนเต็ด ในช่วงท้ายซีซั่น

อย่างไรก็ตามหลังจบฤดูกาลก็มีข่าวออกมาว่า คาวานี่ ต้องการย้ายทีม โดยมีเป้าหมายจะกลับไปเล่นในอเมริกาใต้กับ โบคา จูเนียร์ ทีมที่เขาเชียร์มาตั้งแต่เด็ก และเพื่อต้องการกลับไปอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวด้วย

เอ็คโค่ อ้างถึงรายงานข่าวจาก เอล นาซิอองนาล สื่อของสเปนที่ระบุว่า ในขณะเดียวกัน กุนซือหงส์แดง ก็จับตาดูสถานการณ์ของดาวยิงทีมชาติอุรุกวัยตลอดทั้งช่วงซัมเมอร์ แต่เป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่แสดงความชัดเจนว่าไม่ต้องการขายนักเตะรายนี้ให้กับคู่อริสำคัญของพวกเขา และสุดท้ายก็สามารถรั้งนักเตะเอาไว้กับทีมได้อีก 1 ปี

ผลเป็นใจ! “ทูเคิ่ล” กุนซือเชลซีรู้สึกอย่างไรหลังรู้ผลแข่ง “ลิเวอร์พูล & แมนฯ ซิตี้”

ผลเป็นใจ! “ทูเคิ่ล” กุนซือเชลซีรู้สึกอย่างไรหลังรู้ผลแข่ง “ลิเวอร์พูล & แมนฯ ซิตี้”

โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี ให้สัมภาษณ์เปิดใจแบบไม่มีกั๊กแล้วว่า ตัวเองรู้สึกอย่างไรที่คว้าชัยชนะขณะที่คู่แข่งแย่งแชมป์อย่าง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้แค่เสมอกับแพ้ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนนี้

“หลังเกมจบลงด้วยชัยชนะของ เชลซี ก็มีหลายๆ คนวิ่งมาบอกผมว่า ลิเวอร์พูล เสมอ และ แมนฯ ซิตี้แพ้ ! แต่ผมบอกเลยว่าเราไม่จำเป็นต้องเฉลิมฉลองให้ผลการแข่งในสนามอื่น และจะไม่ปล่อยให้ลูกทีมทำแบบนั้นเด็ดขาด” กุนซือชาวเยอรมัน กล่าวกับ Sky Sports

“เหตุผลสำคัญก็คือ ฤดูกาลนี้ยังเหลืออีกยาวไกลมาก และผมอยากให้นักเตะโฟกัสที่ตัวเองไปแบบนัดต่อนัดมากกว่า อย่าลืมนะว่ามีเกมให้เราต้องลงแข่งเยอะแยะมากมาย ปัจจัยภายนอกต่างๆ ก็มีส่วนร่วมทั้งหมด ฉะนั้นอะไรจะเกิดขึ้นบ้างในอนาคตก็ไม่รู้”

“ฤดูกาลใหม่เพิ่งลงแข่งไปราว 10-11 เกมเท่านั้น หากคุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะคว้าแชมป์เพียงเพราะคู่แข่งทำแต้มหลุดมือนิดหน่อย นั่นเป็นความรู้สึกที่ปลอมเปลือกเหลือเกิน อย่าหลงระเริงไปกับมันเด็ดขาด”

“สิ่งเดียวที่ทำให้ผมแฮปปี้ก็คือ นักเตะโชว์ฟอร์มได้ดีตามที่คาดหวังตั้งแต่นาทีแรกยันจบเกม พวกเขาเล่นกันด้วยอดทนและมีวินัยต่อแท็คติคจนน่าทึ่ง และอยากให้ช่วยกันรักษามาตรฐานนี้เอาไว้นานๆ”

“ย้ำอีกครั้งว่าเราจะไม่จัดงานฉลองที่ทีมอื่นแพ้หรือเสมอเด็ดขาด เราเองก็มีสิทธิ์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ได้ทุกเมื่อเช่นกัน ฉะนั้นอย่าเหลิง มีสมาธิกับงานของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกก็พอ”

งงกันทั้งห้องแถลงข่าว! “โซลชา” แสดงจุดยืนชัดเจนชี้หนักกว่านี้ก็เจอมาแล้ว

งงกันทั้งห้องแถลงข่าว! “โซลชา” แสดงจุดยืนชัดเจนชี้หนักกว่านี้ก็เจอมาแล้ว

โอเล กุนนาร์ โซลชา กุนซือ สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมแบบยอมรับสภาพหลังปราชัยคารัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต่อคู่ปรับตัวฉกาจอย่าง ลิเวอร์พูล หมดรูปด้วยสกอร์ 5-0

หงส์แดง เรียงคิวสังหาร 4 ประตูตั้งแต่ครึ่งแรกโดย นาบี เกอิต้า, ดิโอโก้ โชต้า และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อีก 2 ประตูก่อนที่สตาร์ทีมชาติ อียิปต์ จะซัดอีกประตูเป็นแฮตทริคในช่วงต้นครึ่งหลัง

“มันไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะกล่าวอย่างสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากการยอมรับว่ามันเป็นวันที่มืดมนที่สุดของผมนับตั้งแต่เป็นผู้นำของนักเตะเหล่านี้มา” กุนซือ นอร์วีเจี้ยน เปิดอกหลังจบศึกแดงเดือด

“พวกเราไม่ดีพอทั้งฟอร์มการเล่นรายบุคคลและในฐานะทีม เราต้องไม่เปิดโอกาสแบบนั้นให้ทีมอย่าง ลิเวอร์พูล แต่โชคร้ายที่มันเกิดขึ้นจนได้ ฟอร์มโดยรวมของเราไม่ดีพอ เราสร้างโอกาสในช่วงเริ่มต้นเกมได้แต่พวกเขาก็ทำได้เช่นกันและเฉียบขาดมากกว่า ประตูที่ 3 นั้นได้ตัดสินเกมไปเรียบร้อย”

“คุณสามารถมองดูซีซั่นก่อนได้ เราแพ้สเปอร์สเละกว่านี้อีก 1-6 มันเลวร้ายสำหรับผมในฐานะที่เป็นคนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ผมต้องบอกว่าเราต้องผ่านมันไปให้ได้โดยเร็ว”

“ผมมาไกลไปมากแล้ว พวกเรามาไกลในฐานะทีม แต่เราก็ใกล้เต็มทีที่จะถึงจุดยอมแพ้ มันเป็นเรื่องที่ยากเอาการ นักเตะของเราจะมีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่แต่พวกเขายังแสดงให้เห็นถึงความเป็นนักสู้”

“เราตระหนักดีว่าได้เดินทางมาถึงจุดตกต่ำที่สุด เราไม่รู้สึกว่าจะสามารถตกต่ำไปมากกว่านี้ได้แล้ว ไว้เรามาดูกันต่อไปว่าสถานการณ์นี้จะนำพาเราไปสู่จุดใด”

ท่านี้มันมีที่มา! “ฟีร์มีโน่” ฉลองหลังกดแฮตทริกเกมถล่ม วัตฟอร์ด

ท่านี้มันมีที่มา! “ฟีร์มีโน่” ฉลองหลังกดแฮตทริกเกมถล่ม วัตฟอร์ด

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ดาวยิงตัวเก่งของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรดังในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่จัดการกดแฮตทริกได้ในเกมที่ต้นสังกัดบุกไปรัวถล่ม “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด แบบสุดยับเยิน 5-0 ในการแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยหลังจากที่ ดาวยิงแซมบ้าวัย 30 ปี ยิงประตูที่สามในเกมนี้ได้สำเร็จ เจ้าตัวก็จัดการวิ่งไปเก็บลูกบอลมายัดไว้ใต้เสื้อ ถือเป็นท่าดีใจที่ไม่คุ้นตาสำหรับแฟนบอล หลังก่อนหน้านี้มักจะฉลองท่าดีใจด้วยการใช้มือปิดตาข้างหนึ่งอันเป็นจุดขายของเจ้าตัว

ซึ่งท่าดีใจที่ ฟีร์มีโน่ ทำในการฉลองแฮตทริก มันคือการบอกข่าวดีให้กับแฟนบอลได้รับรู้ว่าเจ้าตัวกำลังจะเป็นคุณพ่อลูกสาม หลัง ลาริสซ่า เปเรร่า แฟนสาวที่กำลังตั้งท้องลูกคนที่สามอยู่ในตอนนี้

งานนี้ต้องมาลุ้นกันว่าลูกคนที่สามของ แข้งบราซิล จะเป็นเพศหญิง หรือเพศชาย เพราะที่ผ่านมา เจ้าตัวมีพยานรักเป็นลูกสาวสุดน่ารัก 2 คน วาเลนติน่า และ เบลล่า

เรื่องราวความรักของทั้งคู่เริ่มก่อตัวเมื่อปี 2014 สมัยที่เจ้าตัวยังเป็นนักเตะในสังกัดของ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในบุนเดสลีกา เยอรมนี จากนั้นทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตร่วมกันก่อนเข้าพิธีแต่งงานกันไปเมื่อปี 2017

สำหรับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ มีสถิติลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ทั้งหมดรวมทุกรายการจนถึงตอนนี้ 299 นัด ทำไปได้ 93 ประตู และอีก 70 แอสซิสต์ ประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, แชมป์ยูฟ่า ชปล. และแชมป์สโมสรโลก

“ซาลาห์” ผงาดท็อป 10 ดาวยิงตลอดกาลหงส์แดง

“ซาลาห์” ผงาดท็อป 10 ดาวยิงตลอดกาลหงส์แดง

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงชาวอียิปต์ ขยับเข้าไปอยู่ในท็อป 10 ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของลิเวอร์พูล

ความเคลื่อนไหวของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงตัวเก่งชาวอียิปต์ของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล หลังเจ้าตัวสามารถทำประตูได้ในเกมพรีเมียร์ลีก ที่เสมอกับ เบรนท์ฟอร์ด 3-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

โดยประตูดังกล่าว เป็นประตูที่ 131 จากการลงสนาม 210 เกม ของเขานับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับหงส์แดงในปี 2017 ทำให้เขาแซงแซม เรย์บาวด์ขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 10 ดาวยิงที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร

สำหรับ 10 อันดับดาวยิงตลอดกาลของลิเวอร์พูล มีดังนี้
1.เอียน รัช – 346ประตู
2.โรเจอร์ ฮันท์-285ประตู
3.กอร์ดอน ฮ็อดจ์สัน– 241ประตู
4.บิลลี่ ลิดเดลล์– 228ประตู
5.สตีเวน เจอร์ราร์ด– 186ประตู

  1. ร็อบบี ฟาวเลอร์-183ประตู
  2. เคนนี ดัลกลิช- 172ประตู
    8.ไมเคิล โอเว่น- 158ประตู
    9.แฮร์รี แชมเบอร์ส – 151 ประตู
    10.โมฮาเหม็ด ซาลาห์– 131ประตู

5 เรื่องต้องรู้ของ “อิบราฮิมา โคนาเต้” ว่าที่ปราการหลังคนใหม่ของหงส์แดง

5 เรื่องต้องรู้ของ “อิบราฮิมา โคนาเต้” ว่าที่ปราการหลังคนใหม่ของหงส์แดง

หากไม่มีอะไรผิดพลาด อิบราฮิมา โคนาเต้ กำลังจะกลายมาเป็นผู้เล่นคนใหม่ของลิเวอร์พูลในฤดูกาลหน้า หลังจากที่ ฟาบริซิโอ โรมาโน รายงานว่าสโมสรจากแถบเมอร์ซีย์ไซด์ยินดีที่จะจ่ายเงินค่าฉีกสัญญาประมาณ 34 ล้านปอนด์ให้กับ แอร์เบ ไลป์ซิก ต้นสังกัดของแข้งชาวฝรั่งเศส วัย 21 ปร เพื่อเสริมแกร่งในแนวหลังและพยายามป้องกันไม่ให้มีฤดูกาลอันย่ำแย่ซ้ำรอยเดิมแบบในซีซั่นนี้อีก

และนี่คือทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ โคนาเต้

  1. ตำแหน่งและสไตล์การเล่น

โคนาเต้ เป็นกองหลังยุคใหม่ที่มีความสามารถในการพาบอลขึ้นไปข้างหน้าโดยที่ตำแหน่งของเขามักจะอยู่ที่ฝั่งขวาทั้งในแผน 2 และ 3 เซ็นเตอร์

ด้วยความสูงที่ 193 เซนติเมตร เทียบเท่ากับ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ เขาจึงชนะการดวลกลางอากาศเป็นจำนวนมาก และด้วยร่างกายที่กำยำการเข้าปะทะจึงเป็นอีกจุดแข็งของเขาไปโดยปริยาย

  1. ต้องระวังเรื่องอาการบาดเจ็บ

แม้จะเพิ่งอายุ 21 ปี แต่โคนาเต้มาพร้อมกับประวัติการบาดเจ็บที่โชกโชนซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลเล็กน้อย

ในช่วงที่ยังอยู่กับอะคาเดมีของโซโชซ์ เขาจำต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่สะโพก ก่อนที่ในฤดูกาล 2019/20 เขาจะต้องเข้ารับการผ่าตัดซ้ำอีกถึง 2 ครั้งในด้วยอาการเดิม จนทำให้สามารถลงสนามไปได้เพียง 8 เกมเท่านั้น

ในขณะที่ฤดูกาลนี้ เจ้าตัวต้องพักฟื้นจากอาการเจ็บข้อเท้าไปอีก 2 เดือนด้วยกัน

  1. ภาษาไม่ใช่ปัญหา

โคนาเต้ยอมรับว่าลำบากเล็กน้อยเรื่องการเรียนภาษาเยอรมันในช่วงแรกๆที่ย้ายมายังไลป์ซิก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ผ่านมันมาได้ แถมในตอนนี้เจ้าตัวมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่เข้าขั้นดีอยู่แล้ว จนเกือบจะเหมือนกับว่าเขาเตรียมพร้อมที่จะย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ลีกยังไงยังงั้นเลย

  1. ความเร็วเป็นเลิศ

ราล์ฟ รังนิค อดีตผู้อำนวยการสโมสรไลป์ซิกเคยเปิดเผยว่า โคนาเต้เป็นผู้เล่นที่เร็วที่สุดในทีมหากนับเฉพาะการสปรินต์ระยะ 100 เมตร ดังนั้น มันจึงไม่น่าจะเป็นปัญหาหากเขาต้องดวลกับเหล่าตัวรุกความเร็วสูงในเกาะอังกฤษ

  1. มี เซร์คิโอ รามอส เป็นไอดอล

การยอมรับว่ามี เซร์คิโอ รามอส เป็นไอดอลอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนักในลิเวอร์พูล เมื่อมองย้อนกลับไปว่าว่าแข้งชาวสเปนเคยมีประวัติไม่ค่อยดีกับซูเปอร์สตาร์ในทีมมาก่อน

แต่หากมองในแง่ดี นั่นหมายถึงว่า โคนาเต้เลือก 1 ในผู้เล่นกองหลังที่สุดในโลกไว้เป็นแบบอย่าง พร้อมกับยังเคยยอมรับว่าได้ศึกษาสไตล์การเล่นของ เคราร์ด ปิเก อีกหนึ่งกองหลังชื่อดังชาวสเปนอยู่ตลอดเพื่อหวังที่จะพัฒนาฝีเท้าของตัวเองอีกด้วย

นายสั่งมา! “ฟาบินโญ่” เผยความในใจบทบาทจำยอมกองหลังในทีมลิเวอร์พูล

นายสั่งมา! “ฟาบินโญ่” เผยความในใจบทบาทจำยอมกองหลังในทีมลิเวอร์พูล

ฟาบินโญ่ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ของ ลิเวอร์พูล ออกมายอมรับตามตรงแล้วว่า ในช่วงแรกๆ ที่ถูกเปลี่ยนตำแหน่งไปเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็ก ตนไม่สนุกกับการเล่นฟุตบอลเลยแม้แต่นิดเดียว

“ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้สิ่งสำคัญต่าง ๆ มากมายจากการถูกโยกลงไปเล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คให้ทีมระดับ ลิเวอร์พูล” แข้งแซมบ้า กล่าวกับ สกาย สปอร์ตส์

“แน่นอนว่าผมเติบโตขึ้นจากประสบการณ์ครั้งนี้พอสมควรเลย แถมยังพอใจกับผลงานโดยรวมและได้รับเสียงชื่นชมค่อนข้างมาก แต่คุณรู้อะไรไหม? ความเป็นจริงคือ มันไม่ใช่สนุกเอาซะเลย”

“ช่วงแรกๆ ที่ต้องเปลี่ยนตำแหน่ง คือมันแย่มาก แต่ต้องขอบคุณเพื่อนร่วมทีมที่คอยช่วยเหลือเต็มที่ และเมื่อผมก้าวผ่านวันเวลาอันยากลำบากได้ ก็รู้สึกถึงฝีเท้าที่สูงส่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า”

“ผมได้เรียนรู้เพิ่มเติมถึงวิธีเล่นป้องกันใหม่ๆ การอ่านเกม แท็คติกต่างๆ มากมาย การบัญชาเกมรับช่วยยกระดับความเป็นผู้นำได้อย่างมหาศาลอีกด้วย ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพอยืนตำแหน่งนั้นแล้วจะมองเห็นทุกอย่างในสนามชัดเจนสุดๆ มันคือประโยชน์อย่างแท้จริง”

สื่อนอกคาดการณ์ว่าฤดูกาลหน้า คล็อปป์ จะทำการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่

สื่อนอกหลายสำนักคาดการณ์ว่าฤดูกาลหน้า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะทำการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ ซึ่งถึงเวลาเหมาะสมต้องเปลี่ยนแปลงได้แล้ว

สะท้อนได้จากผลงานในซีซั่นนี้ที่ดร็อปลงไปจากเดิมไม่น้อย แม้จะออกสตาร์ตได้ตามมาตรฐาน แต่หลังผ่านครึ่งทางมาแล้วเห็นได้ชัดว่าเกิดปัญหาหลายอย่างสุมรุมเข้ามาพร้อมๆกัน จนยากที่จะแก้ไขผ่านไปได้

เคสผู้เล่นบาดเจ็บเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้และลิเวอร์พูลโชคร้ายมากๆ คีย์แมนในแนวรับต่างนัดกันขึ้นเตียงพยาบาลแทบตลอดซีซั่น การหายไปพร้อมกันของ เฟอร์กิล ฟานไดค์ กับ โจ โกเมซ แถมบางทีมี โจเอล มาติป มาเอี่ยวด้วยคือโจทย์หินของ คล็อปป์ อย่างแท้จริง

ไม่ใช่แค่นั้น ฟาบินโญ่ ซึ่งมักจะถอยมาประจำการได้ก็ต้องเจออาการเจ็บพุ่งปะทะ นั่นยังต้องรวมถึง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ผู้นำของทีมก็หนีไม่พ้นเช่นกัน

ในขณะที่แนวรุก 3 แกนหลักที่ช่วยกันรับผิดชอบระเบิดตาข่ายอยู่กันพร้อมหน้า แต่ว่าแบ็กอัพหรืออีกหนึ่งทางเลือกอย่าง ดีโอโด้ โชต้า กลับต้องนอนรักษาตัวเกือบ 3 เดือนด้วยกัน อดช่วยทีมถึง 19 เกม

สื่อสเปนที่มักนำเสนอข่าวแนวก็อสซิปอ้างว่าลิเวอร์พูลมีแผนดึง หลุยส์ ซัวเรซ คืนกลับถิ่นเก่าอีกครั้ง สัญญาของ ซัวเรซ กับตราหมีจะเหลือถึงปี 2022 แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะต้องอยู่จนครบเทอม การย้ายทีมเกิดขึ้นได้ในซัมเมอร์นี้

อาจต้องถาม คล็อปป์ ด้วยว่าต้องการหรือเปล่า แม้อายุการใช้งานจะสั้นเหลือแค่ 1-2 ปี แต่ถ้าเชื่อว่าดึงกลับมาแล้วได้ประโยชน์ก็ไม่มีอะไรน่าเสียหายเขาไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก รู้จักมักคุ้นสโมสรดีอยู่แล้ว เข้าใจวัฒนธรรมองค์กรและระบบการเล่นก็ยังเอื้อให้ทำประตูได้มากขึ้น